มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ใช้ในปัจจุบันซึ่งมีความจำเป็นมากในการใช้แปลงไฟฟ้า มีความสะดวกในการใช้งานและมีความทนทานสูง จากอดีตที่มีการผลิตมอเตอร์จนถึงทุกวันนี้ทำให้มีการพัฒนาจนกลายเป็นมอเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ในบทความจะมากล่าวถึงมอเตอร์ไฟฟ้าให้ทุกคนได้รู้จัก 

มอเตอร์ไฟฟ้า คืออะไร 

มอเตอร์ไฟฟ้า คืออุปกรณ์สำหรับดัดแปลงพลังงานจากพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล สามารถแบ่งประเภทได้ 2 ประเภท ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor) และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor) ในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกลนั้นจะสร้างสนามแม่เหล็กบริเวณขดลวดทองแดง เกิดเป็นแรงผลักและแรงดูดของสนามแม่เหล็กเพื่อให้มีการเหนี่ยวนำทุ่น แล้วเกิดการหมุนขึ้นมา พลังงานที่ได้รับมาจากการหมุนนี้ สามารถนำไปใช้งานได้ รอบความเร็วของ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เป็นที่นิยมใช้โดยแพร่หลายนั้น จะอยู่ที่ 3,000 รอบต่อหนึ่งนาที (2P), 1,500 รอบต่อหนึ่งนาที (4P) และ 1,000 รอบต่อหนึ่งนาที (6P) 

มอเตอร์ไฟฟ้า มีโครงสร้างและลักษณะการใช้งานเป็นอย่างไร 

สำหรับโครงสร้างของมอเตอร์ไฟฟ้านั้น จะแบ่งได้ทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้ 

  • แบบเหล็กม้วน ขนาดกะทัดรัด ราคาไม่แพง ไม่นิยมใช้นัก เพราะระบายความร้อนไม่ค่อยดี 
  • แบบเหล็กหล่อ เป็นที่นิยมมากเนื่องจากมีความทนทานแข็งแรง ระบายความร้อนดี ทนต่อสารเคมีมากกว่าแบบอื่น 
  • แบบอะลูมิเนียม เป็นที่นิยมสำหรับบางกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะระบายความร้อนดี น้ำหนักไม่มาก อีกทั้งยังสวยกว่าแบบหล่อ ราคาสูงแต่ไม่ทนต่อสารเคมีในบางชนิด 

ลักษณะการใช้งานของมอเตอร์ไฟฟ้า มีดังนี้ 

  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบขาตั้งและแบบหน้าแปลน เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าที่สวมชิ้นงานแล้วรองรับโดยฐานซึ่งรับน้ำหนักมอเตอร์ 
  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบหน้าแปลน เป็นมอเตอร์ที่สวมเข้าชิ้นงานตรง ๆ 
  • มอเตอร์ไฟฟ้าแบบขาตั้ง จะเป็นมอเตอร์ที่เข้ากับงานผ่านเฟืองหรือยอย 

มอเตอร์ไฟฟ้า มีมาตรฐานเป็นอย่างไรบ้าง 

มอเตอร์ไฟฟ้า ถูกพิจารณาว่าได้มาตรฐานเป็นสากลจากหลายองค์กรชื่อดัง โดยมาตรฐานที่รับรอง สามารถกล่าวได้ดังต่อไปนี้ 

  • IEC (International Electrotechnical Commission) คือมาตรฐานระดับสากลซึ่งใช้อยู่ทั้งหมด 67 ประเทศ ระดับของมาตรฐานจะแบ่งได้ 4 ระดับ นั่นก็คือ IE1 (Standard Efficiency), IE2 (High Efficiency), IE3 (Premium Efficiency) และ IE4 (Super Premium Efficiency) หน่วยที่ใช้จะเป็นกิโลวัตต์  
  • Insulation Class Type เป็นมาตรฐานที่วัดถึงระดับฉนวนซึ่งแบ่งได้ 5 ระดับ นั่นก็คือ ระดับ A, ระดับ E, ระดับ B, ระดับ F และ ระดับ H ซึ่งระดับที่เป็นที่นิยมนั้นก็คือระดับ F 
  • NEMA (National Electrical Manufactures Association) มาตรฐานนี้จะเป็นที่นิยมในประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา และแคนาดา ระดับของประสิทธิภาพการใช้งานจะแบ่งได้ 3 ระดับ ได้แก่ EPAct, NEMA Premium และ NEMA Premium Plus หน่วยที่ใช้วัดคือแรงม้า (hp) 
  • IP (Ingress Protection) เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการป้องกันน้ำและฝุ่นของมอเตอร์โดยวัดค่าเป็นตัวเลขสองหลัก รูปแบบที่ใช้แสดงมาตรฐานคือ IPXX ตามโรงงานอุตสาหกรรมจะใช้มาตรฐาน IP54 และ IP55 

จากบทความจะเห็นได้ว่า มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำหรับแปลงพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้ได้พลังงานกล ซึ่งให้ความสะดวกแก่การใช้งานเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันมีหลากหลายชนิดให้เลือกเล่น สามารถซื้อได้ในร้านค้าที่ให้บริการไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์หรือแบบออฟไลน์ แต่ละแบบต่างให้ประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ล้วนแล้วแต่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ในทุกรูปแบบเลยทีเดียว 

Leave a Reply

Your email address will not be published.